skip to Main Content

ท้องผูก แน่นท้อง ใครว่าไม่สำคัญ

เรื่องขับถ่ายเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเป็นการขับถ่ายของเสียเพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกาย แต่หลายคนอาจประสบปัญหาด้านการขับถ่าย โดยเฉพาะปัญหาอาการท้องผูก แน่นท้องที่มักจะสร้างความทรมานจนรู้สึกเหมือนการเข้าห้องน้ำแต่ละครั้งราวกับเข้าสู่สมรภูมิรบที่ยากลำบาก เพราะกว่าจะเบ่งอุจจาระออกนั้นใช้เวลานานมาก ยิ่งนานวันเข้ายิ่งสร้างความไม่สบายตัว และหากทิ้งไว้เรื้อรังเป็นเวลานานอาจนำพาไปสู่โรคอื่น ๆ ได้อีกด้วยอาทิเช่น ริดสีดวง หรือ มะเร็งในลำไส้ใหญ่สำหรับผู้ใหญ่

 

ท้องผูกคืออะไร

ท้องผูก (Constipation) จะมีอาการคือ ขับถ่ายน้อยลงกว่าปกติ และอาจต้องใช้เวลาเข้าห้องน้ำนานนับชั่วโมง อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง หรือเป็นเม็ดกระสุน รู้สึกแน่นท้อง ปวดท้อง หรืออึดอัดเหมือนถ่ายไม่หมด ซึ่งสาเหตุของการท้องผูกไม่ได้เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อย หรือดื่มน้ำน้อยเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ด้วย เช่น

  • การเบ่งถ่ายอุจจาระผิดวิธี เป็นสาเหตุของการท้องผูกกว่า 30 % ซึ่งเกิดจากการทำงานไม่ประสานกันของการออกแรงเบ่ง และกล้ามเนื้อบริเวณหูรูด เพราะบางคนอาจออกแรงเบ่งพร้อมขมิบทวารหนักไปด้วย ทำให้แรงเบ่งต้านแรงบริเวณหูรูดไม่ได้  อุจจาระจึงออกมายากขึ้น
  • ความผิดปกติของลำไส้ เป็นสาเหตุที่พบได้น้อย เกิดจากการที่ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยจึงบีบตัวให้อุจจาระออกมาช้ากว่าปกติ
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยน้อย การดื่มน้ำน้อย รวมถึงการกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ เป็นสาเหตุที่พบได้มากของอาการท้องผูก
  • การรับประทานยาบางชนิด

ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดท้องผูก

ท้องผูกแม้จะเป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่บางคนอาจเป็นบ่อย เพราะตัวเองมีความเสี่ยงอยู่แล้ว ซึ่งความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคท้องผูก มีดังนี้

  • เด็กเล็กที่การทำงานของลำไส้ยังไม่เข้าสู่สมดุล
  • ผู้สูงวัยอายุ 50 ปีขึ้นไป 
  • มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
  • มีอาการโลหิตจาง
  • อาเจียน หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ
  • ท้องผูก อึดอัด แน่นท้องมากจนเกิดลำไส้อุดตัน
  • น้ำหนักลดลงอย่างผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ

 

ท้องผูกแก้ได้อย่างไร

  • ปรับพฤติกรรม รับประทานผักผลไม้ที่มีกากใยอาหาร ดื่มน้ำในปริมาณที่มากเพียงพอ หากรู้สึกปวดอุจจาระควรรีบขับถ่ายทันที
  • การรักษาโดยการใช้ยาระบาย มีทั้งยาเหน็บ หรือยาสวนทวาร รวมไปถึงการรับประทานผงผักที่มีไฟเบอร์ และมีพรีไบโอติกส์ที่จะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียโพรไบโอติกส์ ทำให้เกิดการกระตุ้นการเจริญเติบโต และการทำงานของแบคทีเรีย
  • การฝึกการขับถ่าย (Biofeedback Training) ฝึกให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงวิธีการขับถ่ายที่ถูกต้อง ได้แก่ ท่าทาง การหายใจ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อหูรูด และการรับรู้ความรู้สึก โดยวิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผลในระยะยาว
  • การผ่าตัดลำไส้ใหญ่ มักใช้ในกรณีที่มีอาการท้องผูกจากลำไส้เคลื่อนไหวช้า โดยมีความผิดปกติชัดเจนของกล้ามเนื้อและระบบประสาทของลำไส้ โดยวิธีนี้ต้องผ่านการพิจารณาจากแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

 

ปัญหาท้องผูกเป็นปัญหาใกล้ตัวที่ไม่ควรละเลยเพราะหากปล่อยไว้เป็นเวลานานอาจทำให้เกิดภาะแทรกซ้อนอื่น ๆ เช่น ริดสีดวงทวารหนักที่อาจสร้างความเจ็บปวดให้เราได้มากกว่าอาการท้องผูกได้

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

#แหย่เด็กให้หงุดหงิด เรื่องของความเคยชิน ที่ผู้ใหญ่ไม่ควรทำ

เรามักจะเห็นผู้ใหญ่หลายคนชอบแหย่เด็ก ชอบแกล้งให้เด็กหงุดหงิดโมโห แล้วเอาไปหัวเราะคิกคักเห็นเป็นเรื่องสนุกสนานกัน แท้จริงแล้วพฤติกรรมแหย่เด็กนั้น เป็นเ

ท่านั่งขับถ่ายมุม 35 องศาจะช่วยให้ขับถ่ายง่ายจริงหรือไม่

ท่านั่งขับถ่ายมุม 35 องศาจะช่วยให้ขับถ่ายง่าย…เป็นเรื่องจริงนะคะ เพราะว่า ในส่วนของลำไส้ตรงของเรา จริงๆแล้วมันจะทำมุมหักอยู่ ซึ่งในท่าที่เรานั่ง

ลูกชอบอั้นอึ!!!

ปัญหานี้เชื่อว่าหลายๆ ครอบครัวเคยเจอ “ทำไมลูกชอบอั้นอึ”  เป็นเพราะเล่นเพลิน อั้นจนลืมอึ?  หรือว่า เจ็บก้นจนไม่ยอมถ่าย?  ทั้ง 2 สาเหตุที่พู

Back To Top